"กัญชง" พืชแสนล้าน ตอบโจทย์ทั้ง "เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม" (คลิป)

Published on: 12 มิ.ย. 2560



กัญชง หรือ "เฮมพ์" (Hemp) กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทยในอนาคต เพราะสามารถก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท แลจะสร้างงานให้กับคนไทยนับล้านคน นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะปลูกง่าย ใช้น้ำและพื้นที่น้อย แต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการปลูกพืชชนิดอื่นๆ เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง และอ้อย เป็นต้น และที่น่าสนใจคือ กัญชง หรือ เฮมพ์ นี้ สามารถผลิตเป็นสินค้าชนิดต่างๆ ได้กว่า 25,000 ชนิด ซึ่งไม่มีพืชนิดไหนสามารถเทียบได้

 

ด้วยศักยภาพของกัญชงนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่าง จอร์จ วอชิงตัน และ โธมัส เจฟเฟอร์สัน ถึงกับยกย่องว่า "ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอื่นใดที่มีศักยภาพอย่างกัญชง กัญชงมีความสามารถในการผลิตกระดาษ สิ่งทอ วัสดุก่อสร้าง อาหาร ยา สี ผงซักฟอก น้ำมันเคลือบ หมึกน้ำมัน และเชื้อเพลิง ซึ่งแตกต่างจากพืชอื่น ๆ กัญชงสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศส่วนใหญ่ และพื้นที่เพาะปลูกทั่วโลก ด้วยความต้องการน้ำและปุ๋ยที่ปานกลางไม่มีสารกำจัดศัตรูพืชและไม่มีสารเคมีกำจัดวัชพืช กัญชงจึงมีศักยภาพมหาศาลที่จะกลายเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ที่จะเป็นประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม"

 

จอร์จ วอชิงตัน (ซ้าย)  โธมัส เจฟเฟอร์สัน (ขวา) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

 

ชมคลิป



สำหรับผลิตภัณฑ์จาก กัญชง หรือ เฮมพ์ ที่โดดเด่นในปัจจุบันมีดังนี้คือ

1.เส้นใย เส้นใยกัญชงแข็งแรงและนุ่มกว่าผ้าฝ้ายสองเท่า และไม่เกิดโรคราน้ำค้าง ฝ้ายเติบโตเฉพาะในสภาพภูมิอากาศปานกลางและต้องใช้น้ำมากกว่ากัญชง ฝ้ายต้องการสารกำจัดศัตรูพืชและสารเคมีกำจัดวัชพืชในปริมาณมาก แต่กัญชงไม่ต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืชและสารเคมีกำจัดวัชพืช โดยใช้ปริมาณปุ๋ยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

2. กระดาษ กัญชงสามารถผลิตกระดาษได้ ตั้งแต่กระดาษทิชชูไปจนถึงกระดาษแข็ง ผลิตภัณฑ์กระดาษกัญชงทุกประเภท คุณภาพสูงกว่ากระดาษที่มาจากต้นไม้ กระดาษกัญชงจะมีอายุหลายร้อยปีโดยไม่มีการสลายตัว สามารถรีไซเคิลได้หลายครั้งกว่ากระดาษที่เป็นต้นไม้ และในกระบวนการผลิตต้องใช้สารเคมีที่เป็นพิษน้อยกว่ากระดาษที่ทำจากต้นไม้

3.สารทดแทนพลาสติก กัญชงสามารถใช้ผลิตสารทดแทนพลาสติกที่ทนทานทนทานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

4.อาหาร เมล็ดกัญชงมีโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก โปรตีนจากเมล็ดกัญชง สามารถนำไปผลิต ผลิตภัณฑ์ เช่น เต้าหู้ ไอศกรีม นม เป็นต้น

5.น้ำมัน เมล็ดกัญชงสามารถนำมาใช้ในการผลิตน้ำมันดีเซล สารเคลือบเงา ผงซักฟอก หมึก และน้ำมันหล่อลื่น นอกจากนี้ เมล็ดกัญชง ยังอุดมไปด้วย "ลาโนลินและกรดไลโนเลนิก" อยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับโภชนาการของมนุษย์

เมล็ดกัญชง

 

 

ผลิตภัณฑ์จากกัญชง

ในต่างประเทศปัจจุบันกว่า 30 ประเทศทั่วโลก หันมาผลิต "เฮมพ์"เชิงอุตสาหกรรมกันอย่างจริงจัง เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี จีน เดนมาร์ก อียิปต์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ เป็นต้น โดยผู้นำการปลูกเฮมพ์ของโลก คือ จีน อันดับรองลงมาคือ ฝรั่งเศส ชิลี และรัสเซีย สำหรับตัวเลขยอดขายผลิตภัณฑ์กัญชงของโลกในปี 2545 มีมูลค่าถึง 250 ล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะในสหรัฐฯมูลค่าถึง 150 ล้านเหรียญ

ส่วนในประเทศไทย "กัญชง" นั้นถือว่าเป็นพืชพื้นบ้านที่มีความสำคัญกับวัฒนธรรมประเพณีของ "ชาวม้ง" นับตั้งแต่ที่เกิดมาจนตาย "ชาวม้ง"จะลอกเปลือกกัญชง แล้วนำเส้นใยมาต่อกันเป็นเส้น เพื่อใช้เป็นเส้นด้ายและเส้นเชือก นอกจากนี้ยังใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ใช้เป็นรองเท้าของคนตายเพื่อเดินทางไปสวรรค์ ตลอดจนใช้ทอผ้า ทำเครื่องนุ่งห่ม แต่ยังไม่มีการปลูกอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นพืชเสพติด แต่ล่าสุดคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้ปลูกกัญชงในพื้นที่ๆกำหนด มีผลตั้งแต่ปี 2560 โดยจำกัดพื้นที่ 6 จังหวัด 15 อำเภอ คือ

1.จังหวัดเชียงใหม่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่วาง แม่ริม สะเมิง และแม่แจ่ม

2.จังหวัดเชียงราย 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เทิง เวียงป่าเป้า และแม่สาย

3.จังหวัดน่าน 3 อำเภอได้แก่ อ.นาหมื่น สันติสุข และสองแคว

4.จังหวัดตาก เฉพาะที่ อ.พบพระ

5.จังหวัดเพชรบูรณ์ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.หล่มเก่า เขาค้อ และ อ.เมือง

6.จังหวัด จ.แม่ฮ่องสอนในพื้นที่ อ.เมือง

 

 

พื้นที่ปลูกกัญชง ใน อ.พบพระ จ.ตาก

 

โดยมีการกำหนดว่า สายพันธุ์ที่นำมาปลูกได้ จะต้องมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือสารทีเอชซี ไม่เกิน 1% หากตรวจพบว่าแปลงใดมีต้นกัญชงที่สารดังกล่าวเกินจะต้องทำลายทิ้ง

ในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นอีกพื้นที่ ที่เริ่มมีการปลูกกัญชงอย่างจริงจัง โดยมีการรวมตัวของเกษตรกรจัดตั้งเป็น "สหกรณ์ผู้ปลูกเฮมพ์อำเภอพบพระ"

แม่หม่อ แซ่หว่าง ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกแฮมพ์พบพระจำกัด บอกว่า การปลูกกัญชงที่นี่ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร 2 ส่วนคือ หนึ่งปลูกขายต้น สองปลูกมาทอผ้าเป็นผลิตภัณฑ์ กรณีการขายต้นจะสร้างรายได้ต่อไร่ละ 20,000 – 30,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับปลูกพืชปกติ เช่น ข้าวโพด อย่างมากก็ 5,000 บาทต่อไร่ ซึ่งว่าคุ้มค่ากว่า สำหรับข้อมูลผลผลิต ต้นทุน และราคารับซื้อผลผลิตกัญชง  สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ระบุว่า ต้นสด ปริมาณผลผลิต  6,900 กิโลกรัมต่อไร่  ราคารับซื้อ 5 บาทต่อกิโลกรัม ต้นทุนไร่ละ 13,252 บาท รวมรายได้ 34,500 บาทต่อไร่,  เปลือกแห้ง ปริมาณผลผลิต 250 กิโลกรัมต่อไร่  ราคารับซื้อ 200 บาทต่อกิโลกรัม ต้นทุน  15,294 บาทต่อไร่  รายได้ 50,000 บาทต่อไร่ , แกนแห้ง  ปริมาณผลผลิต 760 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุน  15,294 บาทต่อไร่  รายได้ 38,000 บาทต่อไร่ ,  เมล็ด  ปริมาณผลผลิต 100 กิโลกรัมต่อไร่  ราคารับซื้อ  150 บาทต่อกิโลกรัม ต้นทุนต่อไร่ 7,000 บาทต่อ รายได้รวม 15,000 บาทต่อไร่ แต่อย่างไรก็ตาม ในการปลูกกัญชงในประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก จะเน้นผลิต เป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอเป็นหลัก

 

แม่หม่อ แซ่หว่าง ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกแฮมพ์พบพระจำกัด

 

โดย ป้าลี สว่างเจริญทรัพย์ สตรีชาวม้ง เหรัญญิก สหกรณ์ผู้ปลูกแฮมพ์พบพระ จำกัดตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เล่าถึงที่มาที่ได้ผลิต ผลิตภัณฑ์จากกัญชงว่า ตั้งแต่เกิดมาเราก็ผูกพันกับพืชกัญชง มาถึงปี 2539 ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ที่ อ.พบพระ จ.ตาก ก็ยิ่งผูกพันอีก เพราะว่าได้เอาผ้าผืนหนึ่งไปถวายท่าน ท่านก็รับสั่งว่าผ้าอะไร ตนเองก็ตอบว่า ผ้าใยกัญชงค่ะ พระองค์ทรงรับสั่งต่อว่าสวยจังทออย่างนี้ ทอผ้ากัญชงอย่างนี้เยอะๆได้ไหมปะลายชาวเขาส่งให้แม่ได้ไหม ตนเองก็รับปากว่า ได้ค่ะ หลังจากนั้นได้ร่วมกับสมาชิกทอผ้ากัญชงถวายให้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช และได้ขยายพื้นที่ปลูก จากหนึ่งงานมาปลูกหนึ่งไร่

 

 ป้าลี สว่างเจริญทรัพย์  เหรัญญิก สหกรณ์ผู้ปลูกแฮมพ์พบพระ

 

สำหรับขั้นตอนในการผลิตเส้นใยจากกัญชง ป้าลี เล่าว่า มีถึง 20 ขั้น และต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก จึงต้องใช้ความอดทนสูง

 

ขั้นตอนในการผลิตเส้นใยจากกัญชง

 

 

เส้นใยกัญชงที่ได้ หลังจากการผลิต

 

ถึงกระนั้นก็ตาม การผลิตกัญชงเชิงอุตสาหกรรมในประเทศไทยยังเพิ่งเริ่มต้น โดย รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ นักเศรษฐศาสตร์ แนะนำว่า การเริ่มเต้นให้เน้นการผลิตเพื่อกินเพื่อใช้ ให้พอเพียง กัญชงนั้นเป็นเศรษฐกิจค้าขายหรือไม่ไม่สำคัญ สำคัญว่ามันเป็นชีวิตของชาวม้ง จะถูกจะแพง ความจำเป็นในชีวิตประจำวันเขา เขาต้องใช้ นับจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เขาไม่สามารถปราศจากกัญชงได้ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เราให้ความสำคัญคือเศรษฐกิจใช้สอยของชาวม้ง จะทำอย่างไรให้เขาได้พันธุ์ที่ดี จะทำอย่างไรให้เขาแปรรูปได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปคิดใหญ่โตอะไร ให้คิดกันง่ายๆ ค่อยๆเดินทีละก้าวอย่างมั่นคง

 

รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ นักเศรษฐศาสตร์

 

พลโท ธนยศ ศิริกุล ประธานมูลนิธิใต้ร่มฉัตร กล่าวว่า ณ ปัจจุบันก็ได้ปลดออกจากยาเสพติดประเภท 5 แล้ว เราก็คิดว่าน่าจะต่อยอดตรงนี้ได้ คณะทำงานก็ได้รวบรวมกันหลายๆหน่วยงาน ทางกลุ่มแพทย์เอง กลุ่มกระทรวงสาธารณสุขเอง แล้วก็หลายๆหน่วยงานที่เราคิดว่าจะต่อยอดเป็นพืชเศรษฐกิจให้กับประชาชน สิ่งที่ผมคาดหวังก็คือถ้าเราสามารถส่งเสริมให้เขามีรายได้จากใยกัญชง เพราะว่าใยกัญชงเป็นสิ่งมหัศจรรย์

พลโท ธนยศ ศิริกุล ประธานมูลนิธิใต้ร่มฉัตร

 

นี่คือ กัญชง หรือ เฮมพ์ พืชที่ทั่วโลกกำลังส่งเสริมอย่างจริงจัง ซึ่งหากภาครัฐของไทยสนับสนุนอย่างจริงจังแล้ว ทั้งในขั้นตอนการปลูก และการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม ก็คาดว่าจะช่วยพลิกฟื้นประเทศไทยได้ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



 

 

 













ข่าวที่เกี่ยวข้อง














Copyright © 2016 lookshin All Rights Reserved